| การเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ส่วนมาก มีสาเหตุมาจากการเกิดซัลเฟชั่น Sulfation เมื่อใช้งานแบตเตอรี่ไปได้ระยะหนึ่ง ปริมาณตะกั่วซัลเฟตจะสะสมที่แผ่นธาตุมากขึ้น ซึ่งตะกั่วซัลเฟตนี้มีลักษณะที่เป็นฉนวน จะเกิดสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ และเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Sulfation” กล่าวคือ ตะกั่วซัลเฟตบนแผ่นธาตุจะรวมตัวกันเป็นผลึกที่มีขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะเรียกผลึกของตะกั่วซัลเฟตนี้ว่า “Hard sulfate” ซึ่ง Hard sulfate นี้อาจจะไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปเป็นตะกั่วและกรดซัลฟูริกได้อีก ทำให้แบตเตอรี่มีความจุ (แอมป์แปร์-ชั่วโมง) ลดลง และจ่ายกระแสได้ปริมาณ (แอมป์แปร์) ลดลง | |
| ผลึกตะกั่วซัลเฟต |
| ตะกั่วซัลเฟตก่อตัวบนแผ่นธาตุ ระหว่าง การคายประจุไฟฟ้า | |
| ซึ่งต่อมาจะกลับไปเป็นตะกั่วและ ตะกั่วออกไซด์เมื่อ ชาร์จแบตเตอรี่ ในอุดมคติ ตะกั่วซัลเฟตจะมีขนาดเล็กและสามารถละลายได้หมด ทำให้ไม่มีตะกั่วซัลเฟตหลงเหลือตกค้างอยู่ | |
| แต่ในความเป็นจริง ผลึกตะกั่วซัลเฟตเหล่านี้อาจจะมีขนาดใหญ่ และรวมตัวเป็นชั้นหุ้มแผ่นธาตุ ทำให้หน้าสัมผัสระหว่างแผ่นธาตุ กับสารละลายอิเล็กโตรไลต์มีพื้นที่ลดลง | |
| ด้วยเหตุนี้ ความจุของแบตเตอรี่จะลดลง หลังการใช้งานไปได้ระยะหนึ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสภาวะที่ไม่สามารถประจุไฟได้เต็ม 100 % ตลอดเวลา เช่นการใช้รถยนต์ในเมือง, ตอนกลางคืน, ช่วงเวลาฝนตก และการติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติมต่างๆ เช่นเครื่องเสียง, เครื่องเล่น DVD ฯลฯ จะยิ่งทำให้มีการเกิดผลึกตะกั่วซัลเฟตขนาดใหญ่มากขึ้น ความจุของแบตเตอรี่จะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อความจุของแบตเตอรี่ลดลง ทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องอื่นๆ ตามมามากมาย และเมื่อไม่สามารถเก็บพลังงานและจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ เต็มประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ทำให้ ระบบประจุไฟฟ้า ต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งสำหรับรถยนต์ก็คือการเปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงานไฟฟ้า เป็นต้นเหตุหนึ่งของการ สิ้นเปลืองน้ำมัน โดยเปล่าประโยชน์ |
| แผ่นธาตุของแบตเตอรี่ใหม่ | |
| แผ่นธาตุของแบตเตอรี่ที่มีผลึกตะกั่วซัลเฟตเกาะอยู่ | |
Batterry Regeneration
การแก้ปัญหาการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ที่เกิดจาก ซัลเฟชั่น
| เมื่อแบตเตอรี่มีความจุลดลง หรือไม่สามารถจ่ายกระแสไฟได้ตามปกติ ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการที่มีตะกั่วซัลเฟตเกาะหนาแน่นอยู่ที่แผ่นธาตุ วิธีแก้ไขแบบง่ายๆทั่วๆไปก็คือ การนำแบตเตอรี่ใหม่มาเปลี่ยนทดแทน ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำให้เราสามารถใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆได้ตามเดิม แต่เมื่อเราทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่แล้ว เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งลูก เช่นเดียวกับเสื้อผ้าหรือจานชามช้อนส้อม ซึ่งเราจะไม่ซื้อใหม่ทุกครั้งที่สกปรก แต่เราจะนำไปซักล้างทำความสะอาดแทนการซื้อใหม่ และการเปลี่ยนหรือซื้อแบตเตอรี่ใหม่ไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาที่คุ้มค่า ทั้งทางเศรษฐกิจและที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือสิ่งแวดล้อมที่จะถูกทำลายลงไป เรื่อยๆ ทั้งจากการทิ้งแบตเตอรี่เก่าที่ไม่ถูกวิธี หรือจากการผลิตแบตเตอรี่ใหม่ | |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น